หน้าแรก >> โครงการพระราชดำริฯ
  

โครงการพระราชดำริฯ

  4 เมษายน 2560 โดย Administrator

โครงการพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาบ้านโปง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ความเป็นมา

         การป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าบริเวณลุ่มน้ำห้วยแม่โจ้ โดยราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณตำบลป่าไผ่และบริเวณใกล้เคียงทำให้ป่าไม้อันเป็นต้นน้ำห้วยแม่โจ้ มีสภาพค่อนข้างดี เมื่อเปรียบเทียบกับบริเวณลุ่มน้ำอื่นที่ใกล้เคียงในช่วงก่อนพ.ศ.2520 อย่างไรก็ดีแม้ว่าราษฎรจะได้ช่วยพยายามรักษาป่าไม้อยู่แล้วก็ตามการลักลอบตัดไม้ในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำดังกล่าวข้างต้นยังมีอยู่เสมอทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรมลงทุกที ๆและลำน้ำห้วยแม่โจ้ ซึ่งเคยมีน้ำไหลตลอดฤดูกาลเริ่มหยุดไหลในฤดูแล้ง

        ความเอาใจใส่ดูแลป่าไม้บริเวณลุ่มน้ำห้วยแม่โจ้ของราษฎร ได้ทราบถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  และในการเสด็จพระราชดำเนินมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม  พ.ศ. 2521 จึงได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้มหาวิทยาลัยฯ หาลู่ทางเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาต้นน้ำห้วยแม่โจ้ และพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกในฤดูแล้งแก่ราษฎรในบริเวณใกล้เคียง  ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ดำเนินการสนองพระราชประสงค์  โดยขั้นแรกมหาวิทยาลัยฯ ได้ประสานงานกับสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ สำรวจสภาพพื้นที่ทั่วไปและน้ำ ทราบว่าการพัฒนาป่าไม้และสิ่งแวดล้อมอื่นต้องใช้ทรัพยากรสูงโดยเฉพาะการสร้างอ่างหรือฝายไม่คุ้มกับการลงทุน และโดยที่มหาวิทยาลัยฯ มีงบประมาณจำกัด จึงได้ขอความสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐและเอกชน จัดกิจกรรมที่พอจะทำได้มาเป็นระยะ ๆ นอกจากนี้โดยที่หมู่บ้านโปงมีอาณาเขตบางส่วนเป็นป่า และส่วนใหญ่เป็นที่ซึ่งราษฎรอยู่อาศัยและทำการเพาะปลูกการพัฒนาทรัพยากรต้นน้ำลำธารและแหล่งน้ำควรจะดำเนินไปพร้อมๆ กันกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของราษฎรด้วยมหาวิทยาลัยฯจึงได้ขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงาน ในการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและวางแนวทางอย่างสอดคล้องกับความนึกคิดความต้องการและความร่วมมือร่วมใจของราษฎรอย่างแท้จริง โดยการสนับสนุนของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดเชียงใหม่ และการประสานงานของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

        ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยแม่โจ้  และได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้กรมชลประทานพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นบริเวณต้นน้ำเพื่อเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรของราษฎรและได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้อธิการบดีมหาวิยาลัยแม่โจ้จัดทำแปลงปลูกไม้ใช้สอยสำหรับหมู่บ้านโปงและหมู่บ้านใกล้เคียง ตลอดจนส่งเสริมบริการด้านการเพาะปลูก พร้อมทั้งพัฒนาอาชีพและแปรรูปผลผลิตเกษตร ให้มีการเก็บรักษาและจำหน่ายต่อไป

        และในวันที่  25 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2530  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรโครงการพระราชดำริบ้านโปงในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยแม่โจ้บริเวณบ่อน้ำแท่นพระยาหลวงโดยมีพระราชกระแสรับสั่งให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยคณาจารย์ นักศึกษา ช่วยกันดูแลรักษาและให้ปลูกไม้โตเร็วเพิ่มเติมเพราะเป็นต้นน้ำลำธาร  เช่น ให้ปลูกแคไทย เพาโรเนีย  และไม้โตเร็วพื้นเมือง นอกจากนี้ยังช่วยแนะนำอาชีพให้แก่ราษฎร และให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่ดีที่สุด

         ต่อมาเมื่อวันที่  28 ตุลาคม พ.ศ. 2534  รศ.ดร.อานนท์  เที่ยงตรง  อธิการบดีและอาจารย์ ๔ ท่าน ได้ออกสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสันทรายจังหวัดเชียงใหม่  พบว่ามีราษฎรบุกรุกแผ้วถาง และลักลอบตัดไม้มากยิ่งขึ้น พื้นที่ป่าสันทรายบางแห่งราษฎรจับจองเป็นที่ทำกิน นอกจากนี้หน่วยราชการและเอกชนได้ดำเนินการขอเช่ามากขึ้น มหาวิทยาลัยฯเกรงว่าจะไม่เหลือป่าไม้ที่เป็นต้นน้ำลำธารอีกต่อไปจึงได้ริเริ่มโครงการอนุรักษ์ ศึกษาและพัฒนาป่าบ้านโปงขึ้น เนื้อที่ 3,686 ไร่ และเนื้อที่ 907 ไร่ โดยได้รับอนุมัติให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวจากกรมป่าไม้ (เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและศึกษาวิจัย ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาให้เป็นไปตามแนวพระราชดำริ) และได้ดำเนินการส่งเสริมอาชีพให้ราษฎรในบริเวณพื้นที่ป่าและใกล้เคียงนอกจากการพัฒนาพื้นที่ ตอนบนและตอนใต้ของลุ่มน้ำห้วยแม่โจ้  อันเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ได้เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 และเสด็จพระราชดำเนินไปอ่างเก็บน้ำทอดพระเนตรสภาพน้ำและสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่าสันทรายพื้นที่โครงการพัฒนาบ้านโปงฯ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ   โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ได้มีพระราชดำริ  และพระกระแสรับสั่งให้มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับกรมชลประทาน และกรมป่าไม้  เพื่อรับสนองแนวพระราชดำริ  โดยสรุปคือให้กรมชลประทานสนับสนุนทางด้านอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำพลังน้ำ  ปรับระดับแรงดันของน้ำตามเหมาะสม  เพื่อกระจายน้ำให้ต้นไม้บริเวณไหล่เขาอย่างทั่วถึงทำให้ป่าไม้ชุ่มชื้น  จึงจะช่วยให้ป่าต้นน้ำลำธารสภาพดีขึ้น การสร้างฝายกั้นต้นน้ำลำธารตามร่องน้ำสายต่างๆ  เพื่อให้ป่ามีความชุ่มชื้น และดำเนินการทำโครงการทฤษฎีใหม่ โครงการพัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝน จัดพื้นที่ตอนท้ายอ่างห้วยโจ้ เพื่อให้ราษฎรมีแหล่งน้ำสำหรับใช้เพาะปลูก เลี้ยงปลา และเลี้ยงสัตว์ให้มีการปลูกหญ้าแฝกบริเวณขอบอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้  และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง  ไม่ให้หน้าดินถูกกัดเซาะหรือถูกน้ำชะล้างเป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ 


วัตถุประสงค์

1. เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ต้นน้ำห้วยแม่โจ้

2. เพื่อจัดเป็นพื้นที่ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ปีที่ 50                           

3. เพื่อจัดเป็นอนุสรณ์สถาน เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาองค์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษา 5 รอบ

4. เพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

5. เพื่อสนับสนุนอาชีพเกษตรและอาชีพอื่นให้ราษฎรมีฐานะดีขึ้น

6. เพื่อเป็นสถานีวิจัย ฝึกอบรม และแปลงสาธิตให้แก่นักศึกษา และประชาชนทั่วไป


เป้าหมายการดำเนินงาน

        การอนุรักษ์พัฒนาทรัพยากรดิน  น้ำ  ป่า  ตามพระราชดำรัสของในหลวงทำให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เยาวชนเพื่อเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน  ทั้งนี้การดำเนินกิจกรรม  เน้นการมีส่วนร่วม ใช้หลักการความเข้าใจ  เข้าถึง พัฒนาบุคลากรทุกคน  ยึดหลักการทำงาน รู้รักสามัคคี  เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน  ดังนี้

1. ปรับปรุงและปลูกป่าเพิ่มเติมในพื้นที่ป่าทั้งหมดของมหาวิทยาลัย และจัดพื้นที่นันทนาการด้านวนอุทยานใต้ลุ่มน้ำ

2. จัดทำแปลงปลูกไม้ใช้สอยเพื่อให้ราษฎรหมู่บ้านโปงใช้ประโยชน์โดยใช้พื้นที่ป่าหมดสภาพ 

3. แนะนำให้ราษฎรใช้ความรู้ทางเกษตรแผนใหม่ และเกษตรครบวงจรเพื่อปรับปรุงการเกษตร

         3.1 การเพิ่มผลผลิตพืชที่ ใช้เป็นอาหารอย่างน้อยร้อยละ 25 – 20

         3.2 การเลี้ยงสัตว์เป็นอาหารอย่างน้อย 1 - 2 ชนิด

         3.3 การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้หลัก ได้แก่ ไม้ผล พืชผัก และไม้ดอก

4. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการพัฒนาสาธารณูปโภค อาทิ แหล่งน้ำ การคมนาคม ไฟฟ้า  และที่อยู่อาศัย


ที่ตั้ง และสถานที่ปฏิบัติ

หมู่บ้านโปง อยู่ที่หมู่ที่  6  ตำบลป่าไผ่  อำเภอสันทราย  จังหวัดเชียงใหม่


ลักษณะการดำเนินงาน

ปี พ.ศ. 2557

  1. การบวชป่า โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย  (จำนวน 2,000 ต้น)
  2. การขุดลอกตะกอนหน้าฝาย โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จำนวน 30 ฝาย
  3. การทำแนวกันไฟป่า  ของเจ้าหน้าที่โครงการพระราชดำริ
  4. การดูแลไฟป่า  ร่วมกับเทศบาลป่าไผ่
  5. การนำชมรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านโปงร่วมงานมหกรรมท่องเที่ยวไทยโดยชุมชนของภาคเหนือ
  6. รวบรวมเอกสารข้อมูลโฮมสเตย์บ้านโปง  นำเสนอเพื่อการประเมินมาตรฐาน โฮมสเตย์ไทยและผ่านการประเมิน
  7. ประสานงานดูแลการขุดลอกลำห้วยแม่โจ้ร่วมกับโครงการเขื่อนแม่กวงอุดมธารา  ระยะ 1.2 กิโลเมตร
  8. จัดกิจกรรมค่ายเยาวชน  สร้างจิตสำนึกความรักในสถาบัน  7000 คน
  9. ร่วมมือกับกรมประมง  ปล่อยปลาลงอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้
  10. ศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริอ่าวคุ้งกระเบน  และโครงการศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

ผลการดำเนินงาน

จากการดำเนินงานการส่งเสริมด้านวิชาการ  ด้านประสบการณ์  และด้านการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างบุคลากรในหน่วยงานโครงการพัฒนาบ้านโปงอันเนื่องมาจากพระราชดำริทำให้ชุมชนได้ดำเนินกิจกรรมและมีการพัฒนาดังต่อไปนี้

  1. ด้านจิตใจ คนในชุมชนได้รับประสบการณ์การทำงานโดยร่วมกันในชุมชนระหว่างชุมชนร่วมกับหน่วยงานภายนอก  ทำให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีจิตสำนึกสร้างสรรค์ให้ตนเองและชุมชนโดยรวม มีจิตใจเอื้ออาทรต่อกัน  เมื่อมีอุปสรรคปัญหาจะใช้การประนีประนอม ซื่อสัตย์สุจริต เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยสังเกตได้จากกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เช่น การเป็นมัคคุเทศก์ การพัฒนาชุมชน ปลูกป่า สร้างฝาย ทำแนวกันไฟ ปลูกหญ้าแฝก การขุดลอกคูคลอง การดำหัวผู้สูงอายุ การทำแผนงาน การประชุมและกิจกรรมทางศาสนาเป็นต้น รวมถึงชุมชนมีความภาคภูมิใจจากการที่มีผู้มาศึกษาดูงานสื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อีกด้วย
  2. ด้านสังคม คนในชุมชนมีการช่วยเหลือ แบ่งปันความรู้ แบ่งปันผลประโยชน์จากการดำเนินงาน เช่น กลุ่มองค์กรในชุมชน กลุ่มชมรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กลุ่มบริหารจัดการการใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้  กลุ่มสตรีแม่บ้าน กลุ่มอ.ส.ม. กลุ่มอ.ป.พ.ร. กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ กลุ่มผู้ปลูกไม้ดอก  ซึ่งจะมีการช่วยเหลือและวางแผนการดำเนินการร่วมกัน
  3. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  มีการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนภายใต้วิถีผูกพัน แบ่งเป็น ดิน น้ำ ป่า มีกฎกติกาการใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวัง  มีการอนุรักษ์และพัฒนาไปพร้อมกัน  จากกิจกรรมการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรจากกิจกรรมค่ายลูกเสือ–เนตรนารี คนในชุมชนสามารถจะใช้ทรัพยากรจากป่าอย่างยั่งยืน โดยการหาของป่า  และมีรายได้จากการท่องเที่ยว  จากการเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ในด้านทรัพยากรธรราชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนมีการบริหารจัดการป่าไม้น้ำ และจัดการบ้านพักโฮมสเตย์  เพื่อจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  มีการปลูกป่าสร้างฝายทำแนวกันไฟ  มีกฎการอนุรักษ์ป่า  มีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุด  ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด  มีการแบ่งปัน  และมีการเปิดรับความรู้จากหน่วยงานองค์กรภายนอก จากการศึกษาดูงาน อบรม สัมมนา และมีความตื่นตัวที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา จากการเข้าร่วมประกวดกิจกรรมหลากหลาย การจัดการป่าไม้ การจัดการน้ำ ด้านการท่องเที่ยว  ทำให้มีวิสัยทัศน์และมีการอนุรักษ์ พัฒนา  ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
  4. ด้านเทคโนโลยี  ชุมชนได้รับการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีจากการให้ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
  • มหาวิทยาลัยแม่โจ้ให้ความรู้ด้านการผลิตผัก ผลิตปุ๋ย ผลิตไม้ดอก
  •  ศูนย์การศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ด้านการเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เพาะเห็ด ผลิตปุ๋ย การสร้างฝายที่มีหลายแบบหลายชนิด การปลูกหญ้าแฝก
  • เทศบาลตำบลป่าไผ่  ด้านการผลิตน้ำประปาเพื่อใช้ในครัวเรือน
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ด้านการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว  การจัดการบ้านพักโฮมสเตย์
  • โครงการชลประทานจังหวัดเชียงใหม่  ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ด้านการประยุกต์เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต  การผลิตของใช้ในครัวเรือน  ผลิตปุ๋ย  การปลูกพืชสมุนไพร  การทำบัญชีครัวเรือน
  • สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ  ให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ
    • การใช้แรงลมในการดันน้ำขึ้นที่สู่ที่สูง (Air wair)
    • การใช้ GPS
    • การจัดทำสมดุลน้ำ
    • การรักษาคุณภาพน้ำ
    • การจัดทำแผนการจัดการน้ำ
    • การจัดการป่าต้นน้ำ
    • การทำแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม
    • การจัดทำฝายน้ำล้น
    • การจัดทำแผนแบบมีส่วนร่วม
    • การจัดทำผังน้ำและระบบส่งน้ำชุมชน
    • การทำแผนการใช้น้ำอย่างประหยัด
    • การใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฏีใหม่
    • การหางบประมาณจากหน่วยงานอื่นๆ
    • การใช้น้ำเป็นพลังงานทดแทน

          5. ด้านเศรษฐกิจพอเพียง  ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีจากการส่งเสริมอาชีพ ปลูกดอก  ไม้ผล  การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  การหาของป่า  การปลูกไม้ประดับ

               ทั้งนี้การเจริญพัฒนาของชุนบ้านโปงนั้น เนื่องจากป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรการอุปโภคบริโภค จึงทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ครอบครัวอบอุ่น มีความสามัคคีในชุมชน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน พื้นดินอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้สมบูรณ์ เป็นการรักษาสมดุลให้กับดินและธรรมชาติ โดยชุมชนมีการพึ่งตนเองมีการกรมกลุ่มกัน มีความเอื้ออาทร เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง เพราะชุมชนมีการเรียนรู้ตลอดเวลา  มีการจัดการ  มีการวางแผนการทำงาน  มีจิตวิญญาณ  เสียสละ และมีความสงบสุขคือมีสันติภาพนั่นเอง

               ทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นได้จากพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงมี่มีต่อพสกนิการไทยทุกหมู่เหล่าที่อยู่ภายใต้ร่มบารมีของพระองค์


หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ

หมู่บ้านโปงอยู่ที่หมู่ที่  6  ตำบลป่าไผ่  อำเภอสันทราย  จังหวัดเชียงใหม่


ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ


ปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินงาน

1. เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ต้นน้ำห้วยแม่โจ้

2. เพื่อจัดเป็นพื้นที่ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ปีที่ 50                           

3. เพื่อจัดเป็นอนุสรณ์สถาน เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาองค์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษา 5 รอบ

4. เพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

5. เพื่อสนับสนุนอาชีพเกษตรและอาชีพอื่นให้ราษฎรมีฐานะดีขึ้น

6. เพื่อเป็นสถานีวิจัย ฝึกอบรม และแปลงสาธิตให้แก่นักศึกษา และประชาชนทั่วไป



จำนวนผู้อ่าน : 1525 คน

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

Statistics
 Today
1
 Yesterday
2
 This Month
51
 Last Month
67
This Year
468
Last Year
481
   All
2,010
 Record: 09/10/2559

ขณะนี้มี 1 บุคคล ออนไลน์